หน้าแรก | กาแฟฮิลล์คอฟฟ์ | สมัครสมาชิกรับสิทธิพิเศษ | กิจกรรมฮิลล์คอฟฟ์ | สั่งซื้อสินค้า| ข่าวสาร | ติดต่อเรา

ดื่มกาแฟกันมานาน ลองมาดูสิว่า!!! กว่าจะได้เมล็ด มาคั่วดื่มกันเขามีวิธีการอย่างไรบ้าง

ในการบริโภคกาแฟ จะเป็นการบริโภคส่วนเมล็ดของต้นกาแฟ ผลกาแฟที่สุกจะถูกเก็บเกี่ยว และ ผ่านกระบวนการที่ทำให้ได้เมล็ดกาแฟดิบ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวจะส่งผลต่อคุณภาพด้านรสชาติ ของกาแฟเป็นอย่างมาก วิธีที่นิยมทำกันได้แก่

1.วิธีแห้ง Dry method 2. วิธีเปียก Wet method

1วิธีแห้ง ( Dry method ) เป็นวิธีที่ไม่ยุ่งยาก และ มีต้นทุนต่ำ เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีน้ำไม่มากนัก จึงทำให้คุณภาพที่ได้ต่ำกว่าการทำโดยวิธีเปียก

วิธีทำ นำเอาผลกาแฟที่เก็บเกี่ยวได้มาตากแดดบนลานตาก ประมาณ 15 - 20 วัน เมื่อกาแฟแห้ง (สังเกตได้โดย เมื่อเขย่าจะมีเสียงเมล็ดกระทบเปลือก )

จึงนำไปกระเทาะ หรือสีเอาเปลือกผลแห้งออก ซึ่งอาจกระทำไปพร้อมกับการคัดขนาดเมล็ดด้วย ก็จะได้เมล็ดกาแฟดิบตามต้องการ วิธีแห้งนี้เป็นที่นิยม

ในการผลิตกาแฟโรบัสต้าในภาคใต้


2. วิธีเปียก Wet method เ ป็นวิธีการสำหรับผลิตกาแฟคุณภาพ มีขั้นตอนดังนี้ คือ

  • นำผลกาแฟแช่น้ำ หรือ ลอยน้ำ เพื่อแยกผลที่ไม่สมบูรณ์ออกจากผลที่ดี
  • เท ผลกแฟลงเครื่องปอกเปลือก ( ไม่ควรทิ้งผลกาแฟสุกไว้เกิน 24 -36 ชั่วโมง ) เพราะจะเกิดการบูดเน่า ของสารประกอบภายในผลกาแฟจะทำให้เกิดกลิ่น และรส อันไม่พึ่งประสงค์ กลายเป็นกาแฟคุณภาพต่ำได้
  • นำกาแฟที่ปอกเปลือกแล้วใส่ลงในบ่อซีเมนต์ หรือถังพลาสติค ซึ่งมีทางระบายน้ำด้านล่าง ใส่กาแฟประมาณ 3/4 ของถัง แล้วเติมน้ำลงไป ให้ปริ่ม เอ็นไซม์ในกาแฟจะย่อยเมือกหุ้มเมล็ดออกภายในเวลาประมาณ 36-72 ชัวโมง ขึ้นกับอุณหภูมิ และ ลักษณะของเมล็ดกาแฟ
  • เมื่อเมือกหุ้มหลุดจากเมล็ดแล้ว ( สัมผัสแล้วไม่ลื่น ) ทำการล้างให้สะอาด แช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 12-24 ชั่วโมง ก่อนน้ำขึ้นมาตากแห้ง เพื่อช่วยปรับปรุงคุณภาพทางด้านรสชาติ
  • สรงกาแฟกะลาเปียกขึ้นจากน้ำ แล้วนำมาผึ่งให้แห้ง โดยการเทลงบนลานตากกระจายกาแฟกะลา ให้มีความหนาประมาณ 1.5 - 3 นิ้ว หมั่นพลิกกลับเมล็ดคืนด้วย การตากให้แห้งได้อย่างสม่ำเสมอ และ ควรใช้วัสดุ ปกคลุมกันน้ำค้าง ในเวลากลางคืนด้วย การตากให้แห้งจะใฃ้เวลาประมาณ 7-10 วัน การตรวจสอบว่าเมล็ดกาแฟแห้ง พ้อมจะนำไปสีได้ โดยการแกะ กะลาการแฟออกแล้วใช้เล็บจิกเมล็ดดูถ้าเมล็ดกาแฟแห้งจะจิกไม่เข้า หรือ ลองกัดดู กาแฟที่ยังไม่แห้งจะเหนียว ถ้านำไปสีเมล็ดจะแบน และแตก ทำให้คุณภาพเสียไป
  • นำกาแฟกะลาแห้งไปสีเอากะลาออก ซึ่งเครื่องสีบางประเภทอาจมีส่วน ของการคัดขนาดเมล็ดกาแฟไปพร้อมกันเลย หลังคัดขนาดแล้ว ทำการคัดสีเมล็ดกาแฟอีกครั้งเพื่อให้คุณภาพกาแฟดีขึ้น

    วิธีเปียกนี้แม้ว่าจะมีขั้นตอนมากกว่า และ ต้นทุนสูงกว่าวิธีแห้ง แต่ เป็นวิธีที่ใช้ในการส่งเสริมการผลิตกาแฟอราบิก้า ทางภาคเเหนือ เพราะทำให้คุณภาพกาแฟดี เป็นที่ต้องการของตลาด ได้ราคาสูง

     

    การเปลี่ยนแปลงน้ำหนัก ของกาแฟในแต่ละขั้นตอน มีดั้งนี้

    ขั้นตอน
    ผลผลิต
    การเปลี่ยนแปลง(%)
    การเก็บเกี่ยว
    ผลกาแฟสด
    100
    การปกเปลือกผลสด
    กาแฟกะลา+เมือกครอบกะลา
    61
    การหมัก
    กาแฟกะลา ( เปียก )
    39
    การตากให้แห้ง
    กาแฟกะลา ( แห้ง )
    22
    การสีกะลา
    เมล็ดกาแฟดิบ
    19

    มาตรฐานของเมล็ดกาแฟ อราบิก้าดิบในภาคเหนือของไทย

    เกรด
    ลักษณะของเมล็ดกาแฟดิบ
    A
    ขนาดตั้งแต่ 5.5 มม. ขึ้นไปมีเขียวอมเทามีเมล็ดไมาสมบูรณ์ หรือเมล็ดขนาด เล็กปนไม่เกิน 13 % โดยน้ำหนัก มีเมล็ดสีผิดปกติ หรือเมล็ดที่ถูกโรคทำลายไม่เกิน 1.5% มีความชื่น 12-13 %
    X
    ลักษณะเหมือนกรดเอ ยกเว้น สี ที่จะแตกต่างไปเช่น สีซีด สีน้ำตาลปนแดง
    Y
    เมล็ดขนาดเล็กที่รอดผ่านรูตะแกรงขนาด 5.5 ม.ม หรือเป็นเมล็ดแตกหัก
    YY
    เป็นเศษเมล็ด หรือ เมล็ดที่ไม่ดีต่าง ๆ

 
 
©2004 HillKoff.com
©2004 HillKoff.com